ภูฏาน

ประเทศแรกและประเทศเดียวที่คาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์

ราชอาณาจักรภูฏาน คือ บ้านสำหรับประชากร 777,000 คน เป็นประเทศแรกและประเทศเดียวที่คาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ ธรรมชาติที่คุณควรมาเยี่ยมชมสักครั้ง

ภูฏานมีแม่น้ำสายหลักสามสาย คือ แม่น้ำ Mocchu, Wangchhu, Drangme chhu ที่ไหลผ่านภูเขาและทุ่งเขาใหญ่ ซึ่งการเดินทางในประเทศภูฏานนั้นสามารถเดินทางอย่างง่ายดายโดยรถยนต์

คุณสามารถเยี่ยมชมเทศกาลประจำปีที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศภูฏาน  อย่างเช่น เทศกาล ทิมพู เทชชู หรือ พาโรเทชชู ท่องเที่ยวและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรมสถานที่สำคัญของภูฏาน เช่น พาโรทาซอง ( พิพิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน), หอสมุดประจำชาติภูฏาน 

มาพักพ่อน และ ร่วมกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆในประเทศภูฏาน ประเทศเล็กๆที่มีความสุขมาก

ถ้าหากคุณคิดจะเดินทางมาที่ภูฏาน เว็บไซต์และบล็อคของเราคือที่ที่จะให้ข้อมูลสำคัญในการท่องเที่ยวและการวางแผนการท่องเที่ยวของคุณ ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายในภูฏาน 

วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมของประเทศภูฏาน

ศาสนาพุทธเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวภูฏานที่มีอิทธิพลในหลายด้าน

กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาส่วนใหญ่จะจัดขึ้นที่ ซอง (Dzong) และ วัด ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมี ซอง หรือ ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของแต่ละจังหวัด ซองเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ซองยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งของชาวภูฏาน  เป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาทางพระพุทธศาสานาของประชากรในประเทศ ซองจึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณควรไปเยี่ยมชม และ สัมผัสซักครั้ง 

ภาษาประจำชาติของประเทศภูฏาน คือ ซงคา (Dzongkha) ซึ่งต้นกำเนิดมาจากภาษาสันสกฤต

ภูมิประเทศ

ภูฏานเป็นประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยประเทศเพื่อนบ้านทุกด้าน นั้นก็คือ ประเทศจีน และ ประเทศอินเดีย ประเทศภูฏานไม่มีทางออกสู่ทะเล และก่อนหน้านี้ประเทศภูฏานยังไม่ปรากฏในแผนที่โลกจนในปี 1800 ประเทศภูฏานได้เป็นที่รู้จักในนามว่า เบ ยุล (Be Yul) ประเทศที่ถูกซ่อนอยู่ เพราะ ว่าภูมิประเทศของประเทศภูฏานนั้นซ่อนอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของเทือกเขาหิมาลายัน 71%ของประเทศภูฏานถูกปกคลุมไปด้วยป่าที่มีพืชนานาพรรณ บนความสูงที่มากถึง 8000 ฟุต ภูฏานจึงเป็นประเทศเดียวที่ถือว่า carbon negative 

ปัจจุบันประเทศภูฏานถูกออกกแบ่งเป็น 20 จังหวัด หรือ ซองคา

พื้นที่ประเทศ: 38,394sq km

เวลา: GMT + 6

ประชากร: 777,000 โดยประมาณ

ชาติพันธ์: 3 กลุ่มชาติพันธ์ ได้แก่, the Ngalong, Sharchop and Lhotsampa

เมืองหลวง: Thimphu (ทิมพู)

ภาษา: Dzongkha (ซองคา), ภาษาอังกฤษถูกใช้อย่างแพร่หลาย

ต้นไม้ประจำชาติ: Cypress (ต้นไซเพรส)

นกประจำชาติ: Raven (นกเรเวน)

ดอกไม้ประจำชาติ: Blue Poppy (ดอกป๊อปปี้สีฟ้า) 

กีฬาประจำชาติ: Archery (ธนู)

สัตว์ประจำชาติ: Takin (ทากิณ)

ป่าปกคลุม: 71%

20 จังหวัดในภูฏาน

ทิมพู

ถ้าหากคุณมาประเทศภูฏาน จะพลาดไม่ได้เลยที่จะต้องเยี่ยมชมเมืองทิมพู ทิมพูเป็นเมืองหลวงที่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องบรรยากาศที่สดชื่น วิวธรรมชาติที่สวยงาม และ สถาปัตยกรรมผังเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ ทิมพูไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ ตรงที่ทิมพูเป็นศูนย์รวมของความเจริญ เป็นเมืองเศรษฐกิจและเป็นแหล่งการค้าธุรกิจ  มีกิจกรรมและสถานที่หลากหลายในทิมพูที่คุณควรลองสัมผัส

  • สวนสัตว์ทาคิณ (Takin zoo)
    • เยี่ยมชมสัตว์ประจาติของประเทศภูฏาน  ทาคิณ
  • จุดชมพระพุทธเจ้าดอร์เดนมาร์ พระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภูฏาน 
  • พิพิธภัณฑ์ผ้าทอ
  • หอสมุดแห่งชาติประเทศภูฏาน
  • สวนพฤกษาศาสตร์ 
    • บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 32 เอเคอร์ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการชมสวย พิคนิค และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรม  Rhododendron festival อีกด้วย

พาโร

เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเคยสัมผัสเมื่อมาภูฏาน พาโรเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติภูฏาน พาโรเป็นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประเทศภูฏาน และ ธรรมชาติที่โอบล้อม

พาโรเป็นเมืองที่รู้จักกันดีในเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ และ แหล่งสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ผ้าทอ ของแกะสลักมือ และ ภาพวาด เป็นเมืองแห่งศิลปะ

ระหว่างเมืองพาโร และ ฮา มีที่ปีนเขาและเดินเขาที่มีวิวธรรมชาติที่สวยตระการตา ณ  Chella pass คุณสามารถเห็นหุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่า ภูเขาที่ยอดปกคลุมไปด้วยหิมะ และ คุณอาจจะเห็นดอกไม้ประจำชาติของภูฏาน 

ที่หายาก ดอกป๊อปปี๊สีฟ้า 

วัดถ้ำเสือ หรือ พาโรทักซัง 

เป็นวัดที่ตั้งอยู่เหนือหน้าผาสูงกว่า 3000 ฟุต เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชม และ ศักการะ ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่ไม่ควรไปพลาดชม

พาโร ทาซอง

แต่ก่อนพาโร ทาซองถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารสังเกตการณ์ หรือ ป้อม แต่ลักษณะเด่นของป้อมปรากรแห่งนี้คือ มีกลิ่นอายของสไตล์โคโลเนียลแบบปราสาทยุโรป โครงสร้างของพาโร ทาซองแข็งแร็งเป็นอย่างมาก ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างด้วย หิน และ ไม้ ไม่ได้มีการลงเสาเข็ม หรือ อื่นใด แต่ก็ยังคงในสภาพดีจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบันพาโร ทาซองเป็นพิพิธพันธ์แห่งชาติของประเทศภูฏานที่เก็บรวบรวมศิลปะ และ ของตกทอดจากบรรพบุรุษชาวภูฏานนับร้อยชิ้น

วังดีโปรดัง
(Wangdue Phodrang)

จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของใจกลางประเทศภูฏานที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า และ เป็นบ้านของสัตว์หายากนานาชนิต เช่น เสือ เสือดาว แพนด้าแดง และ นกกระเรียนคอดำซึ่งเป็นนกที่ใกล้สูญพันธ์ นอกจากนี้ยังจังหวัดวังดีโปรดังยังเป็นที่เชื่อมระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ เช่น ทุ่งเขาพบจิคา ( phobjikha valley) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกกระเรียนคอดำในช่วงหน้าหนาว

พูนาคา (Punakha)

เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่คุณควรมาเยี่ยมชม หากคุณมาประเทศภูฏาน ที่พูนาคา มีกิจกรรมหลากหลายที่เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัว หรือ มาเป็นกลุ่ม เช่น ล่องแก่ง

 ข้ามสะพานแขวนพูนาคา สะพานแขวนที่ยาวที่สุด และเก่าแก่ที่สุด ที่อยู่เหนือแม่น้ำ โพชูที่ไหลมาจากหุบเขา ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างพูนาคา และ พูนาคาซอง 

ดูนกหลากหลายชนิดที่ Jigme dorji national park

ปีนเขาเพื่อเยี่ยมชม เจดีย์คัมซุม ยุลเล นัมเกล ( Khamsum valley Nagmyal Chorten) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจดีย์จำนวน 108 องค์ 

คุณสามารถเยี่ยมชม ชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) หรือ วัดสุนัขหาย ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ที่ผู้คนมักเดินทางมากเพื่อขอลูก

ฮา (HAA)

เป็นจังหวัดที่มีเทือกเขาสูง และแม่น้ำไหลผ่าน การเดินทางไปที่นี่จะท้าทายอย่างมาก คุณต้องเดินผ่านเขาที่สูงชัน คุณสามารถเข้าเยี่ยมชมวัด Karpo lhakang (วัดสีขาว) และ Lhakhung Nagpo (วัดสีดำ) ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธ์ประจำเมืองฮา ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่7โดยพระเจ้าซังเซนกัมโป ในสมัยนั้นพระเจ้าซังเซนกัมโปได้สร้างวัดจำนวน 108 วัดโดยการเสี่ยงทายปล่อยนกพิราบทั้งสีขาวและสีดำ เมื่อนกพิราบไปบินลงตรงบริเวณไหนก็จะสร้างวัดตรงนั้น 

เทศกาลฤดูร้อน ฮา  จะถูกจัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยภายในงานจะมีการแสดงวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน และ การแสดงท้องถิ่น 

คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาพื้นบ้านได้เช่น ยิงธนู, ขี่ม้า หรือ วัว, ปาลูกดอก

ชูคา (Chukha/ Phuentsholing)

ชูคาเป็นเขตชายแดนภาคใต้ของประเทศภูฏาน  เป็นเขตที่ตั้งของเมืองของพันท์โชลิ่งซึ่งเป็นเขตแดนที่ติดกับเมือง ไจง่อน (Jaigon) ของประเทศอินเดีย  เป็นพรหมแดนที่ทำการค้าระหว่างประเทศ พรหมแดนถูกคั่นด้วยกำแพงยาวที่มีประตูภูฏานเพียงบานเดียว นักท่องเที่ยวจากอินเดีย บังกลาเทศ และ มัลดีฟส์ ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าสูาภูฏาน แต่ต้องแสดงหลักฐานระบุตัวตน

ที่ท่องเที่ยวในชูคา คุณสามารถเยี่ยมชม

  • ชมสวนสัตว์จระเข้ Amochu crocodile breeding center
  • Torsa riverside

Bumthang (บุมทัง)

เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประกอบไปด้วยหุบเขาที่ถือสวยงามที่สุดภูฏาน เป็นเมืองที่พระโพธิสัตว์ปัทสัมภวะ หรือ กูรู รินโปเช และ เชื้อสายของท่านได้มาพำนักพิงที่เมืองนี้ ทำให้จังหวัดนี้มีวัดมากกว่า 40 แห่ง มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น พระราชวังวังดิโชลิ่ง (Wangdicholing palace)

เยี่ยมชมเมบา โช (Mebar Tso/ The flaming lake or burning lake) 

  • ทะเลสาบแห่งนี้ถือเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ ท่านเปมา ลิงปะได้เคยมากระโดดลงไปในทะเลสาบแห่งนี้โดยที่มือของท่านได้ถือเทียนที่จุดไว้ พอท่านขึ้นมาจากน้ำ เทียนก็ยังไม่ดับจึงเป็นที่มาของทะเลสาบที่เรียกกันว่า ทะเลสาบเพลิง

ทัวร์มังกร

  • บุมทัง - ทิมพู เดินทาง 264 กิโลเมตร ปีนเขาและเยี่ยมชม 4 หุบเขาที่สูงกว่า 11,000 ฟุต พร้อมวิวธรรมชาติที่ตระการตา สูดอากาศบริสุทธ์ และ สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวบุมทัง

ซัมเซ (Samtse)

เป็นจังหวัดชนบททางตอนใต้ของภูฏาน ประชากรทางใต้ของภูฏานอาศัยอยู่บริเวณนี้จำนวนมาก 

วิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในจังหวัดซัมเซ จะแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ

เข้าเยี่ยมชมวิถีความเป็นอยู่ของชาวภูฏานใต้ (Lotsampas, Doays)

เยี่ยมชมสะพานแขวน Diana suspension bridge และ เจดีย์ Sidhok khorlo Chorten เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินอ่อน

ดากานา (Dagana)

ตั้งอยู่ใต้จังหวัดทิมพู  และ วังดี มีสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าสนใจเยี่ยมชมก็คือ หินขนาดใหญ่ 3 ก้อน ที่รู้จักกันในนาม Do Namkhai Kaw, Sky Pillar rock และ Do Kelpai Genthey ซึ่งเป็นหินโบราณที่มีความศักดิ์สิทธ์

เยี่ยมชมนำไคซอง ป้อมปราการด่านหน้า

กาซา (Gasa)

เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือสุดของประเทศภูฏานลากยาวไปจนถึงเทือกเขาหิมาลายัน ทั้งจังหวัดของกาซานั้นอยู่ใต้พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ jigme dorji ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เช่น นก ทาคิน บลูชีป เสือ และ สัตว์หายากอีกมากมาย อากาศในจังหวัดกาซาจะหนาวสุดขั้วในช่วงหน้าหนาว และ มีช่วงอบอุ่นในฤดูร้อนสั้นๆเท่านั้น

ซีรัง (Tsirang)

ซีรังเป็นจังหวัดเล็กๆในภูฏาน เป็นที่เนิน สภาพอากาศอบอุ่น และ เต็มไปด้วยความหลากหลายของชีวภาพ วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากความหลากหลายทางศาสนาไม่ว่าจะ ฮินดู ศาสนาพุทธ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของชาวซรังนั้นมีความโดดเด่น  คุณสามารถสัมผัสกลิ่นอายของซีรังได้ที่เมืองดัมพู (Damphu) ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดที่มีความผสมผสานระหว่างสองศาสนา ฮินดู และ พุทธ 

มีสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดชมที่ซีรัง  อนุสรณ์สถาน Moslem Gangyap Chorten

หรือจะไปปิคนิค และ ทานมื้อเที่ยงที่เจดีย์ Lung Si Gang  เจดีย์ที่รายรอบไปด้วยธงต่างสี ที่เจดีย์นี้ถูกใช้เป็นสถานที่ที่ไว้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองต่างๆ ซึ่งบริเวณรอบๆเดีย์ก็จะมีร้านค้าของคนในท้องถิ่นที่ขายของ และ อาหารพื้นเมือง 

เยี่ยมชมสวน Rigsum Pemia Dumra พักผ่อนหย่อนใจที่ศาลา ปล่อยใจไปกับสายลม เสียงน้ำพุ และ ธรรมชาติที่โอบล้อมคุณ

ซาปัง (Sarpang)

เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนใต้ของใจกลางภูฏาน เป็นสวรรค์ของธรรมชาติ  หุบเขาที่เขียวสะพรั่งเต็มไปด้วยป่าไม้ และ ทุ่งหญ้า ซาปังเป็นเสมือนบ้านของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ซาปังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโมนาส ( The Royal Monas national Park )

เยี่ยมชมเมืองเกเลพู (Gelephu)  ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างอินเดีย  เป็นจังหวัดกำลังอยู่ภายใต้การพัฒนาเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจ และ แหล่งการลงทุนสำหรับชาวต่างชาติในอนาคต 

ที่ซาปัง มีน้ำพุร้อน Gelephu Tshachu ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าชะลอผิววัย ทำให้ผิวผ่องใส ขจัดของเสียออกจากร่างกาย และ เพิ่มสมดุลการไหลเวียนของระบบเลือด คุณควรมาลองแช่น้ำพุร้อนที่นี่สักครั้ง

ทงซา (Trongsa)

คำว่าทงซาสามารถแปลในภาษาซงคาได้ว่า หมู่บ้านแห่งใหม่ ความหมายเบื้องหลังคำนี้ก็มาจากสำนักทำสมาธิที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ทงซานั้นเป็นจังหวัดที่เงียบสงบ เพราะถูกปกคลุมไปด้วยป่ามากถึง 87% ที่เที่ยวในทงซาที่คุณควรเยี่ยมชม

  • หอนาฬิกาโบราณทงซา
  • อุทยานแห่งชาติ Jigme Singe Wangchuk

เซมกัง (Zhemgang) 

เป็นจังหวัดชทบท เป็นจังหวัดที่ผู้คนยังมีความเชื่อและนับถือศาสนาลัทธิแบบวิญญาณนิยม ลัทธิวิญญาณนิยมเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดโดยมีอยุ่ก่อนศาสนาทุกรูปแบบ  ผู้คนที่นับถือจะมีความเชื่อว่าเรามีอยู่ 3 โลก คือ โลกมนุษย์ สวรรค์ และ นรก

กิจกรรมที่คุณสามารถทำได้ในเซมกัง

  • เยี่ยมชมดอกไม้นานาพรรณ เยี่ยมชมอุทยานช้าง และ นั่งรถจี๊ปเยี่ยมชมอุทยาน The Royal Manas park

ลุ่นเช่ (Lhuntse)

เป็นจังหวัดที่โด่งดัง และ ที่รู้จักกันในนามหุบเขาเคอโท (Kurtoe valley) เป็นประตูธรรมชาติสู่อุทยานใหญ่ สามแห่งในภูฏาน อุทยาน Wangchuk Centennial Park ในทางเหนือ, อุทยาน Bumdeling Wildlife Sanctuary ในทางตะวันออก และ อุทยาน Thrumshingla ในทางใต้ ซึ่งทั้งสามแห่งถูกเชื่อมกันโดยมีจังหวัดลุนเช่

เยี่ยมชมสักการะรูปปั้นท่านปรมาจารย์ปัทมสัมภวะ หรือ คุรุรินโปเช ( Takila-Guru Statue) ท่านคุรุปัทมสมภพเป็นผู้ถ่ายทอดศาสนาพุทธสาบวัชรยานในทิเบตในช่วงศตวรรษที่8 ซึ่งรูปปั้นแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความสูงที่มากถึว 173 ฟุต และ รูปปั้นนี้ถูกตั้งอยู่บนเนินเขาทาคิลา (Takila)

มองการ์ (Mongar)

เป็นจังหวัดอยู่ในทางตะวันออกของภูฏาน  ที่ตั้งของจังหวัดนี้อยู่บนเนินเขาคล้ายๆกับจังหวัดอื่นๆในภูฏาน มองการ์ยังเป็นพื้นที่ที่กำลังจะพัฒนา 

สิ่งที่ควรทำในมองการ์

  • แสวงบุญและทำสมาธิที่ถ้ำ Aja Nye และ HUngja Nye
  • เยี่ยมชมป้อมปราการมองการ์ และ เยี่ยมชมวิหาร drametse

เพมา-กัตเชล (Pema-gatshel) 

เพมา-กัตเชลหมายถึงแผ่นดินที่มีความสุขของดอกบัว จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศภูฏาน เพมา-กัตเชลมีชื่อเสียงด้านช่างฝีมือและช่างทอ ซึ่งสินค้าทอที่นี่เป็นที่นิยมทั้งในประเทศภูฏานและนักท่องเที่ยวต่างชาติ  เพมา-กัตเชลเป็นที่รู้จักด้วยการมาไว้สักการะวัดที่มีชื่อเสียงทั้งหมด 122 วัด  เช่น Yongla Goenpa, Kheri Goenpa, Dungkar Lhakhang  ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับประเทศ

ตราชี-ยางท์เซ (Trashi-yangtse)

จังหวัดตราชี-ยางท์เซตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศภูฏาน หากคุณเข้าเยี่ยมชมที่นี่ คุณจะมีโอกาสได้เรียนรู้ Zorig Chusum 13 ศิลปะและงานหัตถกรรมที่เป็นที่นิยมที่ประกอบด้วย การวาดภาพ ช่างไม้ การแกะสลัก ประติมากรรม การหล่อเหล็ก งานประดิษฐ์จากไม้ไผ่และอ้อย งานช่างทอเหล็กทองและเงิน งานทอผ้า งานปักถักร้อย การปูน งานหนัง และการทำกระดาษ

ที่เยี่ยมชมอื่นๆในจังหวัดนี้

  • โรงเรียนริเนย์ (Rigney school)  เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะ
  • ชมธรรมชาติและวิวที่สวยงามที่ เจดีย์  Chorten kora เจดีย์ขนาดใหญ่สีขาว ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ทาชิกัง (Trashigang)

ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศ จังหวัดนี้มีชื่อเสียงในการค้าของภูฏาน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมถ้าคุณต้องการจะเยี่ยมชมประเพณีท้องถิ่นโบราณและความงดงามของธรรมชาติ

จังหวัดนี้เป็นบ้านของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสัตเทง (Sakteng Wildlife Sanctuary)  และเป็นที่จัดงานประจำปีใหญ่ที่สุด เทศกาลเทชชูของจังหวัดทาชิกัง

สามดรุป จงคาร์ (Samdrup Jongkhar)

เมืองสามดรุป จงคาร์เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนกับอินเดีย  อาชีพหลักของคนที่นี่คือการทำเหมืองถ่านหิน จึงมีเขตเศรษฐกิจที่สำคัญตั้งอยู่ด้วย  นั่นก็คือ  Assam Samdrup Jongkhar เป็นแหล่งในการค้าขายต่างๆ รวมถึงถ่านหิน


ถ้าหากคุณมาประเทศภูฏาน จะพลาดไม่ได้เลยที่จะต้องเยี่ยมชมเมืองทิมพู ทิมพูเป็นเมืองหลวงที่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องบรรยากาศที่สดชื่น วิวธรรมชาติที่สวยงาม และ สถาปัตยกรรมผังเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ ทิมพูไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ ตรงที่ทิมพูเป็นศูนย์รวมของความเจริญ เป็นเมืองเศรษฐกิจและเป็นแหล่งการค้าธุรกิจ  มีกิจกรรมและสถานที่หลากหลายในทิมพูที่คุณควรลองสัมผัส

  • สวนสัตว์ทาคิณ (Takin zoo)
    • เยี่ยมชมสัตว์ประจำชาติของประเทศภูฏาน  ทาคิณ
  • จุดชมพระพุทธเจ้าดอร์เดนมาร์ พระพุทธรูปองค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศภูฏาน 
  • พิพิธภัณฑ์ผ้าทอ
  • หอสมุดแห่งชาติประเทศภูฏาน
  • สวนพฤกษาศาสตร์ 
    • บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 32 เอเคอร์ให้คุณเพลิดเพลินไปกับการชมสวน พิคนิค และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรม  Rhododendron festival อีกด้วย

เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องเคยสัมผัสเมื่อมาภูฏาน พาโรเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติภูฏาน พาโรเป็นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประเทศภูฏาน และ ธรรมชาติที่โอบล้อม

พาโรเป็นเมืองที่รู้จักกันดีในเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ และ แหล่งสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ผ้าทอ ของแกะสลักมือ และ ภาพวาด เป็นเมืองแห่งศิลปะ

ระหว่างเมืองพาโร และ ฮา มีที่ปีนเขาและเดินเขาที่มีวิวธรรมชาติที่สวยตระการตา ณ  Chella pass คุณสามารถเห็นหุบเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่า ภูเขาที่ยอดปกคลุมไปด้วยหิมะ และ คุณอาจจะเห็นดอกไม้ประจำชาติของภูฏานที่หายาก ดอกป๊อปปี๊สีฟ้า 

  • วัดถ้ำเสือ หรือ พาโรทักซัง 
    เป็นวัดที่ตั้งอยู่เหนือหน้าผาสูงกว่า 3000 ฟุต เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชม และ ศักการะ ถือว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่ไม่ควรไปพลาดชม
  • พาโร ทาซอง
    แต่ก่อนพาโร ทาซองถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารสังเกตการณ์ หรือ ป้อม แต่ลักษณะเด่นของป้อมปรากรแห่งนี้คือ มีกลิ่นอายของสไตล์โคโลเนียลแบบปราสาทยุโรป โครงสร้างของพาโร ทาซองแข็งแร็งเป็นอย่างมาก ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างด้วย หิน และ ไม้ ไม่ได้มีการลงเสาเข็ม หรือ อื่นใด แต่ก็ยังคงในสภาพดีจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบันพาโร ทาซองเป็นพิพิธพันธ์แห่งชาติของประเทศภูฏานที่เก็บรวบรวมศิลปะ และ ของตกทอดจากบรรพบุรุษชาวภูฏานนับร้อยชิ้น

จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของใจกลางประเทศภูฏานที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า และ เป็นบ้านของสัตว์หายากนานาชนิต เช่น เสือ เสือดาว แพนด้าแดง และ นกกระเรียนคอดำซึ่งเป็นนกที่ใกล้สูญพันธ์ นอกจากนี้ยังจังหวัดวังดีโปรดังยังเป็นที่เชื่อมระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆ เช่น ทุ่งเขาพบจิคา ( phobjikha valley) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนกกระเรียนคอดำในช่วงหน้าหนาว

เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่คุณควรมาเยี่ยมชม หากคุณมาประเทศภูฏาน ที่พูนาคา มีกิจกรรมหลากหลายที่เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัว หรือ มาเป็นกลุ่ม เช่น ล่องแก่ง

 ข้ามสะพานแขวนพูนาคา สะพานแขวนที่ยาวที่สุด และเก่าแก่ที่สุด ที่อยู่เหนือแม่น้ำ โพชูที่ไหลมาจากหุบเขา ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นทางเชื่อมระหว่างพูนาคา และ พูนาคาซอง 

ดูนกหลากหลายชนิดที่ Jigme dorji national park

ปีนเขาเพื่อเยี่ยมชม เจดีย์คัมซุม ยุลเล นัมเกล ( Khamsum valley Nagmyal Chorten) ซึ่งเป็นที่ตั้งของเจดีย์จำนวน 108 องค์ 

คุณสามารถเยี่ยมชม ชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) หรือ วัดสุนัขหาย ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ ที่ผู้คนมักเดินทางมากเพื่อขอลูก

เป็นจังหวัดที่มีเทือกเขาสูง และแม่น้ำไหลผ่าน การเดินทางไปที่นี่จะท้าทายอย่างมาก คุณต้องเดินผ่านเขาที่สูงชัน คุณสามารถเข้าเยี่ยมชมวัด Karpo lhakang (วัดสีขาว) และ Lhakhung Nagpo (วัดสีดำ) ซึ่งเป็นวัดศักดิ์สิทธ์ประจำเมืองฮา ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่7โดยพระเจ้าซังเซนกัมโป ในสมัยนั้นพระเจ้าซังเซนกัมโปได้สร้างวัดจำนวน 108 วัดโดยการเสี่ยงทายปล่อยนกพิราบทั้งสีขาวและสีดำ เมื่อนกพิราบไปบินลงตรงบริเวณไหนก็จะสร้างวัดตรงนั้น 

เทศกาลฤดูร้อน ฮา  จะถูกจัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยภายในงานจะมีการแสดงวิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน และ การแสดงท้องถิ่น 

คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาพื้นบ้านได้เช่น ยิงธนู, ขี่ม้า หรือ วัว, ปาลูกดอก

ชูคาเป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศภูฏาน  เป็นเขตที่ตั้งของเมืองของพันท์โชลิ่งซึ่งเป็นเขตแดนที่ติดกับเมือง ไจง่อน (Jaigon) ของประเทศอินเดีย  เป็นพรหมแดนที่ทำการค้าระหว่างประเทศ พรหมแดนถูกคั่นด้วยกำแพงยาวที่มีประตูภูฏานเพียงบานเดียว นักท่องเที่ยวจากอินเดีย บังกลาเทศ และ มัลดีฟส์ ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าสูาภูฏาน แต่ต้องแสดงหลักฐานระบุตัวตน

ที่ท่องเที่ยวในชูคา คุณสามารถเยี่ยมชม

  • ชมสวนสัตว์จระเข้ Amochu crocodile breeding center
  • Torsa riverside

เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประกอบไปด้วยหุบเขาที่ถือว่าสวยงามที่สุดภูฏาน เป็นเมืองที่พระโพธิสัตว์ปัทสัมภวะ หรือ กูรู รินโปเช และ เชื้อสายของท่านได้มาพำนักพิงที่เมืองนี้ ทำให้จังหวัดนี้มีวัดมากกว่า 40 แห่ง มีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น พระราชวังวังดิโชลิ่ง (Wangdicholing palace)

เยี่ยมชมเมบา โช (Mebar Tso/ The flaming lake or burning lake) 

  • ทะเลสาบแห่งนี้ถือเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ ท่านเปมา ลิงปะได้เคยมากระโดดลงไปในทะเลสาบแห่งนี้โดยที่มือของท่านได้ถือเทียนที่จุดไว้ พอท่านขึ้นมาจากน้ำ เทียนก็ยังไม่ดับจึงเป็นที่มาของทะเลสาบที่เรียกกันว่า ทะเลสาบเพลิง ทัวร์มังกร
  • บุมทัง – ทิมพู เดินทาง 264 กิโลเมตร ปีนเขาและเยี่ยมชม 4 หุบเขาที่สูงกว่า 11,000 ฟุต พร้อมวิวธรรมชาติที่ตระการตา สูดอากาศบริสุทธ์ และ สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวบุมทัง

เป็นจังหวัดชนบททางตอนใต้ของภูฏาน ประชากรทางใต้ของภูฏานอาศัยอยู่บริเวณนี้จำนวนมาก 

วิถีชีวิตการเป็นอยู่ของคนในจังหวัดซัมเซ จะแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ

  • เข้าเยี่ยมชมวิถีความเป็นอยู่ของชาวภูฏานใต้ (Lotsampas, Doays)
  • เยี่ยมชมสะพานแขวน Diana suspension bridge และ เจดีย์ Sidhok khorlo Chorten เจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินอ่อน

ตั้งอยู่ใต้จังหวัดทิมพู  และ วังดี มีสิ่งมหัศจรรย์ที่น่าสนใจเยี่ยมชมก็คือ หินขนาดใหญ่ 3 ก้อน ที่รู้จักกันในนาม Do Namkhai Kaw, Sky Pillar rock และ Do Kelpai Genthey ซึ่งเป็นหินโบราณที่มีความศักดิ์สิทธิ์

เยี่ยมชมนำไคซอง ป้อมปราการด่านหน้า

เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือสุดของประเทศภูฏานลากยาวไปจนถึงเทือกเขาหิมาลายัน ทั้งจังหวัดของกาซานั้นอยู่ใต้พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ jigme dorji ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เช่น นก ทาคิณ บลูชีป เสือ และ สัตว์หายากอีกมากมาย อากาศในจังหวัดกาซาจะหนาวสุดขั้วในช่วงหน้าหนาว และ มีช่วงอบอุ่นในฤดูร้อนสั้นๆเท่านั้น

ซีรังเป็นจังหวัดเล็กๆในภูฏาน เป็นที่เนิน สภาพอากาศอบอุ่น และ เต็มไปด้วยความหลากหลายของชีวภาพ วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากความหลากหลายทางศาสนาไม่ว่าจะ ฮินดู ศาสนาพุทธ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่และ วัฒนธรรมของชาวซรังนั้นมีความโดดเด่น  คุณสามารถสัมผัสกลิ่นอายของซีรังได้ที่เมืองดัมพู (Damphu) ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดที่มีความผสมผสานระหว่างสองศาสนา ฮินดู และ พุทธ 

มีสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดชมที่ซีรัง  อนุสรณ์สถาน Moslem Gangyap Chorten

หรือจะไปปิคนิค และ ทานมื้อเที่ยงที่เจดีย์ Lung Si Gang  เจดีย์ที่รายรอบไปด้วยธงต่างสี ที่เจดีย์นี้ถูกใช้เป็นสถานที่ที่ไว้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองต่างๆ ซึ่งบริเวณรอบๆ เจดีย์ก็จะมีร้านค้าของคนในท้องถิ่นที่ขายของ และ อาหารพื้นเมือง 

เยี่ยมชมสวน Rigsum Pemia Dumra พักผ่อนหย่อนใจที่ศาลา ปล่อยใจไปกับสายลม เสียงน้ำพุ และ ธรรมชาติที่โอบล้อมคุณ

เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนใต้ของใจกลางภูฏาน เป็นสวรรค์ของธรรมชาติ  หุบเขาที่เขียวสะพรั่งเต็มไปด้วยป่าไม้ และ ทุ่งหญ้า ซาปังเป็นเสมือนบ้านของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ซาปังเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติโมนาส ( The Royal Monas national Park )

เยี่ยมชมเมืองเกเลพู (Gelephu)  ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างอินเดีย  เป็นเขตกำลังอยู่ภายใต้การพัฒนาเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจ และ แหล่งการลงทุนสำหรับชาวต่างชาติในอนาคต 

ที่ซาปัง มีน้ำพุร้อน Gelephu Tshachu ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าชะลอผิววัย ทำให้ผิวผ่องใส ขจัดของเสียออกจากร่างกาย และ เพิ่มสมดุลการไหลเวียนของระบบเลือด คุณควรมาลองแช่น้ำพุร้อนที่นี่สักครั้ง

คำว่าทงซาสามารถแปลในภาษาซงคาได้ว่า หมู่บ้านแห่งใหม่ ความหมายเบื้องหลังคำนี้ก็มาจากสำนักทำสมาธิที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ทงซานั้นเป็นจังหวัดที่เงียบสงบ เพราะถูกปกคลุมไปด้วยป่ามากถึง 87% ที่เที่ยวในทงซาที่คุณควรเยี่ยมชม

  • หอนาฬิกาโบราณทงซา
  • อุทยานแห่งชาติ Jigme Singe Wangchuk

เป็นเขตชทบท เป็นจังหวัดที่ผู้คนยังมีความเชื่อและนับถือศาสนาลัทธิแบบวิญญาณนิยม ลัทธิวิญญาณนิยมเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดโดยมีอยุ่ก่อนศาสนาทุกรูปแบบ  ผู้คนที่นับถือจะมีความเชื่อว่าเรามีอยู่ 3 โลก คือ โลกมนุษย์ สวรรค์ และ นรก

กิจกรรมที่คุณสามารถทำได้ในเซมกัง

  • เยี่ยมชมดอกไม้นานาพรรณ เยี่ยมชมอุทยานช้าง และ นั่งรถจี๊ปเยี่ยมชมอุทยาน The Royal Manas park

เป็นจังหวัดที่โด่งดัง และ ที่รู้จักกันในนามหุบเขาเคอโท (Kurtoe valley) เป็นประตูธรรมชาติสู่อุทยานใหญ่ สามแห่งในภูฏาน อุทยาน Wangchuk Centennial Park ในทางเหนือ, อุทยาน Bumdeling Wildlife Sanctuary ในทางตะวันออก และ อุทยาน Thrumshingla ในทางใต้ ซึ่งทั้งสามแห่งถูกเชื่อมกันโดยมีจังหวัดลุนเช่

เยี่ยมชมสักการะรูปปั้นท่านปรมาจารย์ปัทมสมภพ หรือ คุรุรินโปเช ( Takila-Guru Statue) ท่านคุรุปัทมสมภพเป็นผู้ถ่ายทอดศาสนาพุทธสาบวัชรยานในทิเบตในช่วงศตวรรษที่8 ซึ่งรูปปั้นแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความสูงที่มากถึง 173 ฟุต และ รูปปั้นนี้ถูกตั้งอยู่บนเนินเขาทาคิลา (Takila)

เป็นจังหวัดอยู่ในทางตะวันออกของภูฏาน  ที่ตั้งของจังหวัดนี้อยู่บนเนินเขาคล้ายๆกับจังหวัดอื่นๆในภูฏาน มองการ์ยังเป็นพื้นที่ที่กำลังจะพัฒนา 

สิ่งที่ควรทำในมองการ์

  • แสวงบุญและทำสมาธิที่ถ้ำ Aja Nye และ Hungja Nye
  • เยี่ยมชมป้อมปราการมองการ์ และ เยี่ยมชมวิหาร drametse

เพมา-กัตเชลหมายถึงแผ่นดินที่มีความสุขของดอกบัว จังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศภูฏาน เพมา-กัตเชลมีชื่อเสียงด้านช่างฝีมือและช่างทอ ซึ่งสินค้าทอที่นี่เป็นที่นิยมทั้งในประเทศภูฏานและนักท่องเที่ยวต่างชาติ  เพมา-กัตเชลเป็นที่รู้จักด้วยการมาไว้สักการะวัดที่มีชื่อเสียงทั้งหมด 122 วัด  เช่น Yongla Goenpa, Kheri Goenpa, Dungkar Lhakhang  ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์สำหรับประเทศ

จังหวัดตราชี-ยางท์เซตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศภูฏาน หากคุณเข้าเยี่ยมชมที่นี่ คุณจะมีโอกาสได้เรียนรู้ Zorig Chusum 13 ศิลปะและงานหัตถกรรมที่เป็นที่นิยมที่ประกอบด้วย การวาดภาพ ช่างไม้ การแกะสลัก ประติมากรรม การหล่อเหล็ก งานประดิษฐ์จากไม้ไผ่และอ้อย งานช่างทอเหล็กทองและเงิน งานทอผ้า งานปักถักร้อย การปูน งานหนัง และการทำกระดาษ

ที่เยี่ยมชมอื่นๆในจังหวัดนี้

  • โรงเรียนริเนย์ (Rigney school)  เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงด้านศิลปะ
  • ชมธรรมชาติและวิวที่สวยงามที่ เจดีย์  Chorten kora เจดีย์ขนาดใหญ่สีขาว ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศ จังหวัดนี้มีชื่อเสียงในการค้าของภูฏาน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมถ้าคุณต้องการจะเยี่ยมชมประเพณีท้องถิ่นโบราณและความงดงามของธรรมชาติ

จังหวัดนี้เป็นบ้านของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสักเทง (Sakteng Wildlife Sanctuary)  และเป็นที่จัดงานประจำปีใหญ่ที่สุด เทศกาลเทชชูของจังหวัดทาชิกัง

เมืองสามดรุป จงคาร์เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในประเทศภูฏาน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนกับอินเดีย  อาชีพหลักของคนที่นี่คือการทำเหมืองถ่านหิน จึงมีเขตเศรษฐกิจที่สำคัญตั้งอยู่ด้วย  นั่นก็คือ  Assam Samdrup Jongkhar เป็นแหล่งในการค้าขายต่างๆ รวมถึงถ่านหิน

ซองที่สำคัญ 6 ที่ในประเทศภูฏาน

เทศกาลเซซูตามหัวเมืองต่างๆที่น่าสนใจและคุณเข้าเยี่ยมชม

ไม่ต้องกังวลไปหากวันที่คุณจองไปเที่ยวภูฏานนั้นไม่ตรงกับเทศกาลข้างต้น ยังมีเทศกาล และ กิจกรรมอื่นๆอีกมาก ที่ยังรอคุณอยู่ 
คุณสามารถเช็ควันของเทศกาลต่างๆในปี 2024

อาหาร

อาหารของประเทศภูฏานนั้นมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทย มื้ออาหารส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย ข้าวแดง ชีส นมวัว เนย บักหวีต ซึ่งส่วนใหญ่จะทานร่วมกับพริกนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นพริกแดง  พริกเขียว พริกแห้ง  หรือ น้ำพริกในแบบภูฏานซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูที่จะต้องมีในทุกมื้ออาหาร

เมนูที่นิยมในประเทศภูฏาน

  • อิมา ดาชิ (Ema datshi)  พริก กับ ชีส
  • ซิกคิม พา (Sikam pa) หมูสามชั้นผัดสไตลล์ภูฏาน
  • ชาคาม (Shakam) เนื้อตากแห้ง
  • ซูจา (Suja) ชาเนย
  • อารา (Ara)  เหล้าในสไตล์ภูฏาน

ร้านอาหารที่แนะนำโดยเรา

Thimphu: Bhutan Kitchen, Phang-Guu, Folk Heritage Museum Restaurant, Project ZZA Babesa Village Restaurant, Ama Restaurant, Ambient Cafe, Kaydee Cafe, Tower Cafe, Sacred Residency/The Forest Restaurant, Chig-JA-Gye Restaurant(fine dining), The Secret Garden(fine dining)

Paro: Mountain Cafe – Paro, My kind of Place, The Parop Kitchen, Park 76 Cafe & Pub, Your Cafe, Tou Zaiga Restaurant, Lingka Restaurant(fine dining), Bhukari at Uma by COMO(fine dining).

Punakha: Dochula Resort Restaurant, Lobesa Village Restaurant, Old Town Cafe Punakha, Chimi Lhakhang Cafeteria, Merengma Bistro & Bar, 5 Angels Restaurant

Wangduephodrang, Gangtey(Phobjikha valley): Hotel Kuenphen Norbuding, Willing Waterfall Cafe, MERENGMA’ Bistro & Bar, KB Restaurant(Thali Special)

Haa: Hotel Lhayul and Restaurant, Penden, Pelden Restaurant

Phuentsholing: NEC Restaurant, Urban Kitchen, Zen Restaurant, Kizom Cafe

Trongsa: Trowa Restaurant, Willing Waterfall Cafe.

Bumthang: Momo Corner Bumthang, Cafe Perk, Ajang Yongnbha, Swiss Guesthouse.

เศรษฐกิจของประเทศภูฏาน

ค่าเงินของประเทศภูฏานนั้น คือ เป็นหน่วยนิวทรัม (Ngultrum) ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1974 ค่าเงินของประเทศภูฏานนั้นมีอัตราเท่ากับเงินรูปีของประเทศอินเดีย  สำหรับการท่องเที่ยวในภูฏาน คุณสามารถแลกเงินได้อย่างง่ายดายผ่านเมอร์ลัมทราเวล (USD/THB – Ngultrum)

ความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross national happiness)

รัฐบาลแห่งประเทศภูฏานมุ่งมั่นที่จะให้ประชากรทุกคนในประเทศนั้นมีความสุขอย่างยั่งยืน ชะนั้นภูฏานเป็นประเทศที่ใช้ค่าดัชนีความสุขมวลรวมประชาชาติเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดการพัฒนาและความเจริญของประเทศแทนค่ารายได้ประชาชาติ (GDP) ประชาชนของประเทศภูฏานทุกคนได้รับการศึกษาและการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วยฟรี จากการจ่ายค่า SDF และ หลักความสุขมวลรวมประชาตินั้นเอง

เที่ยวภูฏานเมื่อไหร่ดี

สภาพภูมิอากาศทั่วไปของประเทศภูฏาน 

ภูฏานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเทือกเขา จุดสูงสุดของภูเขานั้นจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ และ อากาศหนาวเย็นตลอดปี ใจกลางเมืองของประเทศภูฏานนั้นปกคลุมไปด้วยป่า ซึ่งอุณหภูมิก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูต่างๆ เช่น ฤดูร้อน ฤดูหนาว แต่ทางใต้ของประเทศภูฏานนั้นอากาศจะค่อนข้างร้อนและชื้นตลอดทั้งปี 

หน้าฤดูใบไม้ผลิ เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติ  เป็นฤดูที่ดอกไม้ และ ต้นไม้ นานาชนิดผลิบาน พร้อมอากาศเย็นสบาย ที่ไม่ร้อน และ ไม่หนาวมากเกินไป

ฤดูร้อน เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด หากคุณอยากสัมผัสธรรมชาติ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ มีกิจกรรมมากมายพร้อมให้คุณได้ทำ เช่น พิคนิคกลางแจ้ง หรือ ชมวิวธรรมชาติ

ฤดูใบไม้ร่วง ถือเป็นช่วงที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นช่วงที่มีการจัดเทศกาลมากมาย เช่น เทศกาลระบำหน้ากาก ทิมภู, เทศกาลชมนกกระเรียนคอดำ

ปิคนิค ตกปลา และ กิจกรรมกลางแจ้งมากมาย

ฤดูหนาว เป็นช่วงที่คุณจะได้สัมผัสอีกบรรยากาศของประเทศภูฐานท่ามกลางหิมะ และ ลมหนาว มีเทศกาลหลากหลาย ทั้งประเทศภูฏานจะปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ในพื้นที่ที่สูงกว่า  10,000 ฟีตมักจะมีหิมะตกร่วมด้วย

We use cookies

This website uses cookies to ensure you get the best experience our website
Privacy Policy | Terms & Conditions

บอกเราว่าคุณอยากเที่ยวแบบไหน ทัวร์ภูฏานของคุณรอคุณอยู่

หมายเหตุ* หากคุณไม่สามารถเลือกกิจกรรมหรือที่พักได้ เรายินดีที่จะแนะนำให้คุณหลังจากที่คุณติดต่อเราผ่านแบบฟอร์มนี้